| Profil von ~Little RabbitZ...~Little Rabbit~ ALL ABRO...FotosBlogListen | Hilfe |
|
07 November but i do love uone of my fave songs
I don’t like to be alone in the night
And I don’t like to hear I’m wrong when I’m right And I don’t like to have the rain on my shoe But I do love you, but I do love you I don’t like to see the sky painted gray And I don’t like when nothing’s going my way And I don’t like to be the one with the blues But I do love you, but I do love you Love everything about the way you’re loving me The way you lay your head Upon my shoulder when you sleep And I love to kiss you in the rain I love everything you do, oh I do I don’t like to turn the radio on Just to find I missed my favorite song And I don’t like to be the last with the news But I do love you, but I do love you Love everything about the way you’re loving me The way you lay your head Upon my shoulder when you sleep And I love to kiss you in the rain I love everything you do, oh I do And I don’t like to be alone in the night And I don’t like to hear I’m wrong when I’m right And I don’t like to have the rain on my shoes But I do love you but I do love you But I do love you but I do love you Have u found the lost wingi personnally think n' BELIEVE
that every each person on earth
has a WING each.
thus, every each person
has to find ANOTHER wing
to be ABLE to FLY
or the easier way to say is
FULFIL their lives.
w/o this other wing
you still can fly
BUT it's harder.
you have to put all STREGTH
to fly to places
n' not falling off b4 u get there.
but the PROBLEM is that
HOW do we know that
the wing in front of us
is COMPATIBLE n' SUITABLE for us?
NO answer! only TIME n' your HEART
can answer that. 29 Oktober TIME i hate ity do u have to say
"Let the time be an answer"
i understand that
but sometimes i really really
need some concrete answer.
i know that's it's hard
but for my own sake,
for your own sake.
rite now
i LOVE u too much
at least i can't protect my self
if u break up w/ me
at least not to dump u
at least not bearing to loose u
i don't have anything to say
except that i LOVE u.
sometimes there are feelings
that can not b explain
sometimes there are questions
that are hard to answer
and it is the best if u
do not answer me
w/ sth that involve TIME
the freaking word that i hate
is it true?Is it really true?
to accept someone's opinion
w/o interfearing w/ other people's plans.
i have experience my friend's life that
the QUESTION above is not true at all.
nevertheless, i hope it is true for me
cuz' i don't wanna lose someone i love
nor to change my life plan
as if i felt the way it should be for me rite now.
I was hoping these things to be
like what i have planned.
Will he really accept my decision?
Answer is TIME, i know
"Time is the best answer"
"Let time proved it"
I KNOW all those things
but still
i need to know NOW
for real
for once
at least for me to prepare
for the pain that is coming
w/ an answer NO.
i can't bare it,
but if it is going to happen
pls pls give me a sign
let me know ahead of time
so i can cope w/ it
i don't wanna cry,
although i know that i will.
i'm out here
bearly w/ friends for real
so pls b kind to me.
i don't know if his answer
is just to b kind to me
or is he really THINK like he said
hoping STARS will guide me again. 06 Oktober New to everythingi don't really know y i am here,but i think it is a destiny to be here.i tried to avoid hardly, thusit did not work out.do not know Y?DESTINY i guess
i met tons of new people,some are easy going,some are nice but not talkative,and some are not really the type that i wanna go withwell, people are variousi hope i just adjusted well to this lifeto any situation that is coming up.here, i have thai club.at least people to speak thai with, besides my familyiii do not know what is really going onbut i hope that it will become clear soon.STARS could you please make things clear soon?please, i am begging you, do not play with my life.i kinda dull now,goodbye for now my friends
17 August จิปาถะit's been ages,
too many stories
but those
have taught me
life lesson.
mainly about
friends,
life in dorm,
and of course
LOVE, a mainly
reason y
people live.
i have learn that
LOVE
can make ur life
so so BEAUTIFUL
but when u
take it too hard
it just RUIN
just about
everything
in ur life.
the latest
that i've just been through
is that
i saw a pic
of someone
whom has stolen
my dearest.
i didn't know
what to say
what to think
or even
what to FEEL.
feelings are important
in ur life.
once u can't feel
is the WORST of the WORST.
people that say
that they don't feel----
WRONG.
they feel NEUTRAL
i must say
not to not have
any feeling.
23 Mai Nerd Test ที่มามีอยู่ว่า วันนี้ช้านไปตามอ่านบล็อกของแจสซี่สุดสวยแห่งอักษร จุฬามา ก้อพบว่า มีเพื่อนชีคนนึง มาแซวๆว่าถ้าเข้าโครงการเกียรตินิยมแล้วอะ จะไม่เนิร์ดหรอ แล้วก้อเอา เนิร์ดเทสต์มาไว้ให้ชีไปทำด้วย เราเหนว่าน่าสนใจเลยลองเอามาให้เพื่อนๆทไน เรายังไม่ได้ทำหรอก ยังไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ ยังไงถ้าเราทำแล้วจะเข้ามาโพสต์ไว้ละกาน
12 Mai What a sad sad living creature i just feel so tired, having n' being someone's lover. i don't undersatnd ones that can tolerate with such many hard n' tought problems coming to our lives ; me n' him. it's just too much for me now 11 Mai My first translation today i've been working so hard on this article. it was so hard. i was working non-stop for like 5 hours
SOS สัญญาณสมานฉันท์จากใจเยาวชนไทย เยาวชน ไม่เพียงแต่เป็นกลุ่มชนที่มีจำนวนมากที่สุดของโลก แต่ยังถูกชี้นำได้ง่ายดายที่สุดอีกด้วย จึงไม่น่าสงสัยเลยว่า เหตุใด การวางกลยุทธ์หรือนโยบายของโลกทั้งในระดับภูมิภาคและสากลจึงเน้นในเรื่องเยาวชน เพราะตระหนักดีว่า เยาวชนคือลมหายใจของโลก ที่ชี้เป็น ชี้ตาย ร้ายและดี ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
ปี ๒๐๐๐ เมื่อโลกส่งสัญญาณแห่งความขัดแย้งและย่อยยับ ด้วยรูปธรรมของตึกเวิลด์เทรดที่ถล่มล้มครืนจนเป็นซาก เยาวชนในจุดร้อนรนของโลกต้องทนทุกข์ทุรนอยู่ท่ามกลางการสู้รบที่ตามมาไม่จบสิ้น ขณะที่สันติภาพโลกยังลางเลือน แต่เยาวชนอีกหลายกลุ่มยังคงดิ้นรนค้นหาสันติภาพอย่างมุ่งมั่น
การประชุมสุดยอดเพื่อสันติภาพโลกของผู้นำทางจิตวิญญาณทุกศาสนาและความเชื่อได้จุดประกายให้เกิดเครือข่ายโยงใยของเยาวชนเพื่อสันติภาพที่โลกควรเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็น การประชุมผู้นำเยาวชนเพื่อสันติภาพโลกในอัฟริกา ญี่ปุ่น และบราซิล เป็นต้น
ล้วนแล้วแต่สร้างความหวังในก้าวย่างแห่งสันติภาพในโลกทั้งสิ้น
ประเทศไทย คือจุดเล็กบนแผนที่โลกแต่เปรียบเสมือนแผ่นดินแห่งศานติในสายตาของมนุษยชาติ ด้วยประวัติศาสตร์ของความเป็นไทตลอดทุกรัชสมัยแห่งพระมหากษัตริย์ ด้วยพระปรีชาสามารถก่อเกิดร่มเงาของความสมานฉันท์แห่งธรรมในหลากศาสนาหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม เพื่อนทุกชาติ ศาสนา ภาษาได้ยกย่องว่า นี่คือแผ่นดินทองอันเรืองรองด้วยความหวังแห่งสันติภาพโลก
การเตรียมความพร้อมทางสติปัญญาของเยาวชนไทย คือ เป้าหมายหนึ่งบนเส้นทางสร้างสันติภาพโลก ค่ายเยาวชน บ่มเพาะ แตกหน่อ ต่อยอด เมล็ดพันธุ์แห่งปัญญา Seeds of Spirituality (SOS) จึงอุบัติขึ้น ด้วยการสนับสนุนขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งภายในและภายนอกประเทศ
แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต หนึ่งในผู้ร่วมจัดการประชุมผู้นำทางจิตวิญญาณเพื่อสันติภาพโลกและทำงานหนักเพื่อเครือข่ายเยาวชนของโลกตลอดมา กล่าวว่า "..ศีลธรรมของยุวชน คือ สันติภาพของโลก คือ คำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ..ปีนี้เป็นปีที่องค์กรยูเนสโก ยกย่องให้ท่านอาจารย์ เป็นบุคคลสำคัญของโลก หนึ่งในการฉลอง ๑๐๐ปีชาตกาลของท่านอาจารย์ คือการทำงานเรื่องเยาวชน.."
SOS ไม่ใช่สัญญาณแห่งการร้องขอ แต่เป็นสัญญาณแห่งการบ่มเพาะของเยาวชนที่พึ่งตนเองได้ กล้าอาสาออกรับใช้ผู้อื่น เพื่อแตกหน่อสร้างเครือข่ายของจิตอาสาทั่วโลก และต่อยอดการทำงานระดับนานาชาติเพื่อสันติภาพโลกต่อไป
ตัวแทนเยาวชนผู้นำทางสติปัญญา จากงานอาสาที่หลากหลายทั่วประเทศไทย ในภาษา และศาสนาที่แตกต่างกัน แต่มีใจและลมหายใจเป็นหนึ่งเดียวกัน นั่นคือ ใจอาสาด้วยลมหายใจแห่งสติปัญญา
"..เพื่อเป็นมนุษย์ที่แท้ ไม่เป็นแค่เหยื่อ..เป็นไท ไม่เป็นทาส อย่างแท้จริง.." แม่ชีศันสนีย์ กล่าว และขยายความต่อ ถึงความเป็นไทอย่างแท้จริง ไม่เป็นเหยื่อของการเผยแพร่ข่าวสารที่ไม่รู้จริง ไม่เป็นเหยื่อของวัตถุนิยมและการโฆษณาชวนเชื่อ ไม่เป็นทาสของความเศร้าหมอง ทุกข์โศก เพ้อเจ้อ ไร้สาระ นั่น คือ ไม่เป็นทาสของอารมณ์ นั่นเอง
ส่วนหนึ่งของผู้นำเยาวชนในค่ายSOSกำลังถูกบ่มเพาะเพื่อให้ไปแตกหน่อและต่อยอดเป็นผู้นำเยาวชนบนเวทีโลกต่อไป ด้วยความมีอิสรภาพภายในใจ มีชีวิตทันสมัย ใจไม่ทุกข์
๔-๑๔ มิถุนายน การประชุมผู้นำเยาวชนนานาชาติเพื่อสันติภาพโลก จะเกิดขึ้นที่เสถียรธรรมสถาน เพื่อนำผลของการประชุมต่อยอดสู่ การประชุมสุดยอด ณ กรุงนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา ในเดือนสิงหาคมปีนี้
ต่อไป ลองฟังเสียงเยาวชนไทย จากค่าย SOS เพื่อเตรียมความพร้อม ดังนี้
ตั้ม – ณัฐวุฒิ สารทอง จากพังงา คริสต์ศาสนิกชนที่อาสาปลูกป่าชายเลนนับหมื่นต้น "..ผมเติบโตมากับยาย ที่สอนให้รักต้นไม้ในป่าชายเลน ยายเล่าให้ฟังถึงต้นไม้ทุกต้น สัตว์ทุกชนิด ว่า ชนิดใดสวยงามอย่างไร ผูกพันกับชีวิตของเราอย่างไรบ้าง เราอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีชีวิตเล็กเล็กเหล่านี้ ผมกลับจากค่ายSOSและชวนเพื่อนในโรงเรียน ในจังหวัด ไปปลูกป่า ด้วยการติดต่อขอความสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดีในจังหวัดหลายฝ่ายจนสำเร็จด้วยดี… ..นอกจากการปลูกต้นไม้แล้ว ผมรักการถ่ายภาพ การดำน้ำ ผมจะใช้งานเหล่านี้สื่อสารกับผู้คนในโลก"
อามีน - มูฮำมัดอามีน คือราโอะ จาก ปัตตานี มุสลิมที่สร้างค่ายเยาวชนเพื่อความสมานฉันท์ทางศาสนาใน๓จังหวัดภาคใต้ "..พี่อามีนได้รับความรักและเมตตาจากค่ายSOSมากมาย โดยเฉพาะการอยู่ร่วมกันอย่างเปิดใจและไร้อคติ ความสามัคคีของเพื่อนในค่าย พี่อามีนกลับไปสร้างค่ายเยาวชนไทยพุทธและไทยมุสลิมหลายค่าย นับได้หลายร้อยคนทั้งหญิงและชายเพื่อให้เป็นมุสลิมที่ดีและเป็นพุทธที่ดีรับใช้ประเทศชาติ โดยใช้คุณธรรมหลายประการจากค่ายSOSโดยเฉพาะการฝึกสมาธิให้เกิดปัญญา.. ..ต่อไปพี่อามีน จะจัดค่ายสามศาสนา โดยชวนเพื่อนคริสต์เข้าร่วมค่ายด้วย เพื่อให้เกิดความเข้าใจในศาสนาของตนเองอย่างถ่องแท้ และเข้าใจศาสนา ภาษา และวัฒนธรรมของเพื่อนต่างศาสนา.."
คิด – สมคิด กาษี จาก อำนาจเจริญ ดีเจวิทยุรุ่นเยาว์ที่ใช้ ภาษาไทย ลาว อังกฤษ และภาษาใจเพื่อเครือข่ายเยาวชน "..คิดดีใจที่มาค่ายSOS เป็นค่ายอินเตอร์แนชั่นแนล มีคุณยายจ๋าเป็นผู้นำที่มีชื่อเสียงของโลก คิดเรียนรู้การฝึกฝนลมหายใจ ในขณะยืน เดิน นั่ง นอน หรือทุกเวลาที่เราทำงานอยู่ ความทุกข์หรือความอึดอัดก็จะหายไป คิดอยู่ค่ายนอนหลับสบายทุกคืน ไม่เคยฝันอะไรเลย ไม่คิดมากเหมือนก่อน… ..คิดจะกลับไปทำรายการวิทยุในจังหวัด รวมทั้งเสียงตามสายในโรงเรียนด้วย เพื่อให้เพื่อนเยาวชนเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น และพร้อมที่จะต่อยอดกับเพื่อนนานาชาติด้วย.."
ฝน- วรรษมน พิริยถาวร จากกรุงเทพมหานคร เยาวชนที่เติบโตกับความพร้อมแต่ยอมตนให้คนใช้ในงานอาสาสมัครสร้างค่าย "..แม่เลี้ยงฝนมาดีมาก ให้ทุกอย่างที่ฝนอยากได้เพื่อใช้ในการเรียนให้มาก แม่ส่งฝนไปเรียนภาษาอังกฤษที่เมืองนอกทุกปี จนฝนสื่อสารได้ดี และใฝ่ฝันอยากเรียนด้านการทำธุรกิจโรงแรมที่ยุโรป ..เมื่อก่อนฝนก็มีชีวิตผ่านไปวันวัน จนวันหนึ่งเพื่อนชวนฝนมาเข้าค่ายSOS และให้เป็นทีมงานสร้างค่าย ซึ่งงานหนักมาก ไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพราะฝนทำงานเอกสารและการเงิน แต่ฝนก็ผ่านมาได้จนถึงค่ายที่สอง อุปสรรคก็มีมาเสมอ แต่คุณยายจ๋าสอนให้มีสติ อยู่กับลมหายใจและงาน… ..ฝนอยากชวนเพื่อนเยาวชนมาช่วยกันทำงานอาสามากขึ้น เพราะให้อะไรกับชีวิตอย่างมาก โดยเฉพาะความภาคภูมิใจ และฝนอยากมีโอกาสพบเพื่อนต่างชาติที่เขาทำงานอาสาให้โลกเหมือนกับเรา.."
เยาวชนไทยและประเทศไทยจะเป็นความหวังบนแผนที่สันติภาพโลกได้ เมื่อ คนไทยในชาติพร้อมเปิดใจ บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งปัญญาของแต่ละคนได้มีโอกาสงอกงาม ฟังกันด้วยใจที่ไร้อคติ เปี่ยมด้วยรักและเมตตา ดูแลคนที่อยู่ข้างหน้าอย่างคนที่พิเศษสำหรับเรา
ทุกข์เป็นสากล สุขเป็นสากล สันติภาพ จึงเป็นสากล และไม่มีครั้งใดในประวัติศาสตร์โลกที่สันติภาพจะได้มาจาก ความเกลียดชัง เพราะ สันติภาพของโลก ย่อมมาจากศานติในใจ เท่านั้น‘SOS’ signal of unity from Thai youths
Nowadays, youths are not only the biggest population but are the easiest to be persuaded. No doubt that why every strategies either the international one or the region one is all about youths. Because they realized that youth is a breath of the world who can lead this world to be good or bad for now and onwards.
In 2000, when earth sent a signal of conflicts and calamity, as you can vividly when World Trade Center building had collasped to ashes. Youths in some places have suffered in-between continuous battles.
“As world peace is dim, many youths still fighting and searching for peace hardly.”
Spiritual leaders summit for world peace of every religions and believes has inspired youths to create a network for peace which worlds should learn from; Youth Leader Summit for world peace in Africa, Japan, and Brazil, etc.
“All has built a hope for a step of peace in this world.”
Thailand is a small spot on world map but is compared as a land of peace for mankind. As we has protected our independence from reign to reign and because of the king's talent, both has created shades of peace in dharma in various religions, different races, and many cultures. Friends in every nations, religions, and languages have praised Thailand as a golden land - a land of world peace which shinging brightly. The preparation of intelligence for Thai youths is another purpose on a road of world peace. That's why "Cultivating, Sprouting, Dilating - Seeds of Spirituality <SOS>" camp has occured by the supports from both government and private organizations which are inside and outside Thailand. Mae Chee Sansanee Sthirasuta is one of the Spiritual leaders summit for world peace organizer and has been working hard on world youth network said “The morality of youth is a world peace” which is his Venerable Buddhasa Bhikkhu speech. This year, the United Nations Educational, Scientific, and Culture Organization (UNESCO) has annouced hornored Vanerable Buddhadasa Bhikkhu as one of the world's great personalities. One of the 100th anniversary of the birth of Bhuddhadasa Bhikkhu celebration is working for youths. SOS is not a signal of asking for helps but is a signal of cultivation of youths who is self-reliant, dare to serve other as a volunteer as to sprout the network of volunteer heart around the world, and dilate the works to international for world peace. The representative of intelligent leaders from numerous volunteer works in Thailand, different religion and language but all has same heart and breath of volunteer heart with a breath of intellect which mean to be truly free, not to be a victim of untrue information, materialism, persuasive advertisement, and not to be a slave of our own feeling; sadness, sorrow, drivel, etc. Some of youths in SOS camp are cultivated to sprout and dilate to be youth leader on international stage with freedom mind and have a modern life but not suffered. Global Youth leadership Submit will be held at Sathira-Dhammasathan on 4th - 14th June 2006. And the result from this summit will be dilated at the summit in August 2006 at New York, United State of America.
These are a voice from Thai youth from SOS camp;
Tum – Nattawut Sarntong from province named Pang-nga. A Christian who volunteer to afforest mangrove forest for more that ten thousand trees, “I grew-up with my grandmother whom taught me to love trees in mangrove forest. She told me about every trees and every creatures, how beautiful they are, and how they get involved to our lives. We would never live if they aren’t alive. So when I got back from SOS camp, I persuaded my friends in school and in Pang-nga to afforest. It went well by all supports from many kind grown-up. Besides, I also love taking photos and scuba diving.”
“I will use these I loved to communicate with people in this world.”
Ahmeen – Muhammad-ahmeen Kuera-oh from Pattani, a southern province of Thailand. A muslim who organized a camp to increase unity between religion from 3 southern provinces; Yala, Narathiwat, and Pattani, “Ahmeen has received love and kindness a lot from SOS camp, especially living together openly and without prejudice. I has created many camps for Thai Buddhists and Thai Muslims. Numerous youths both men and women have attended. Purposely to be good Muslims and good Buddhists serving Thailand, I use various morals from SOS camp, particularly meditation for wisdom. For the next camp I will invite Christians to join the camp to learn the core of their own religion and learn and understand our different religion friends' religion, language, and culture." Kid – Somkid Kasee from Amnatcharoen. A young generation radio DJ who uses Thai, Laos, English, and soul language for youth network, “I am so happy coming to SOS camp which is international and has a world famous spiritual leader – Khun Yay Jah, Mae Chee Sansanee Sthirasuta. I learn how to control my breath while walking, standing, sitting, and all the working time, and suffers and cramps will disappear. While I’m in the camp, I sleep well, never dream, and take things easier. I’m going to run a radio program in Amnatcharoen including in school to make other youths understand more about this and ready to dilate with foreign friends.
Fonn – Wasamon Piriyathavorn from Bangkok. A youth who grew-up comfortably but allowed others to use creating SOS camp, a volunteer job, “My mom raises me so well. She gave me everything that I ask for which will enhance my knowledge. She sent me abroad every years, to learn original English until I can communicate better than most friends and have my own purpose of my life is to manage hotel in Europe. In the past, I live just to be happy and didn’t care about other until my friend asked me to join SOS camp, to be part of creating team which is very tough. I slept couple hours or less each day because I do all the paper jobs and also finance during this camp almost alone. But I survive to the second SOS camp. I learn that every works always have some obstacles no matter how well you prepared so I concentrate to my breath and my works as Khin Yay Jah has taught. I would like to invite every youths to volunteer more because being a volunteer gives me a lot of things, specially dignity. And I also would like to meet foreign friends whom is a volenteer working for this beautiful world like me too." Thai youths and Thailand will be a new hope on a world peace map when Thais are ready to open themselves, cultivated their own intelligence to give a chance to grow-up, listen with their non-prejudice heart and full of love and kindness, and always take care of a person in front them because
“A person in front is always a special person to us”.
Suffer is worldwide. Happiness is worldwide. Then peace is worldwide too.
“And not a single time in history that peace has grown-up from hatred because world peace will only occur from peace in our hearts.” 10 Mai International Youth Summit it has been so long that i haven't updated my orangy blog!!!! i was so damn busy w/ Real hero searching camp which really unsuccessful, my health - i was sick for sometimes, and my university activity - acually it mostly about my faculty group. and fanally, i have time to write something in my blog but i confess that for now i have nothing in my mind. maybe becuz' i have a last piece of work waiting so urgently
Real hero searching camp - this camp is organised by แผนงานเยาวชนสร้างสรรค์สู่สุขภาวะ (ยสส) YCT which in สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). it was sucks, damn suck. all staffs from YCT are older than me - the youngest are at least 25 yr old. all the plan during this camp was so so untide which didn't have vivid purpose of activities so the observers from Chula <they are studying their philosoply doctorate and master diploma> didn't know what to do so during each activity we just talked and played. on the last at first camp, me and my friends who are vollenteres at sathira dhammasatharn summarized that this camp was copying our camp - Seeds of Spirituality - a part of KM <Knowledge Management-การจัดการองค์ความรู้> but didn't succeed.
On 4-14 June we gonna held an international Youth Summit @ Sathira. it's gonna be a real tough works becuz they are so soon and it's INTERNATIONAL not just Thai youth but from ALL OVER THE WORLD!! my gosh
11 April SOS 2 seeds of spirituality หลังจากที่ไม่ได้เขียนบล็อกมาประมานเดือนก่าๆ ก้อได้ฤกษ์สักเขียนบล็อกอันใหม่เสียที มีเรื่องเล่ามากมายแต่เนื่องจากปัจจัยอะไรหลายๆอย่างโดยเฉพาะเรื่องสอบ และค่ายSOS2 + ค่าย your TV ทำให้ไม่มีเวลาว่างจับคอมเลย บ้านก้อไม่ได้กลับ จนพ่อแม่ตัดออกจากกองมรดกแล้วววววววววว
เรื่องแรกที่จำได้นะ คือเรื่องสอบ มหาโหดจิงๆ อย่างแรกเลย คือต้องวิ่งล่าเล็กเชอร์ แล้วยังอ่านไม่รู้เรื่องอีกต่างหาก เพราะว่าไม่ได้จดเอง ทำให้สำนึกได้ว่า ต่อไปนี้วิชาไหนที่ไม่คิดจะเข้าเรียน ก้ออย่าได้สะเออะ
เรื่องที่สองคือเรื่องเรียลลิตี้แคมป์ของยัวร์ทีวี ไปเพราะว่าเสถียรธรรมสถานหรือคุณยายจ๋า (แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต) เปนคนส่งไป สามวันแรกเปนการทำ ice breaking โดย อาจารย์ Gil เปนโปรด้านนี้โดยเฉพาะ มีกิจกรรมแปลกๆเยอะ โดยภาพรวมนะ ก้อคล้ายๆกับการทำเวิร์คชอปการแสดงอะ เพราะเน้นเรื่อง creativity อย่างมาก พอวันที่สี่ถึงหก ก้อเปนการเชิญคนในวงการตำแหน่งต่างๆมาพูดคุยให้ความรู้ อ้อ ลืมบอกไปว่าเราถูกส่งไปในฐานะ creative แล้วกิจกรรมต่างๆที่ได้ทำก้อแสดงให้เหนแล้วว่ามันเปนการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ ที่จะเข้าไป เพราะว่าเวลาเรียน(ตามตำแหน่งอะ)จิงๆก้อน้อย แค่ 4 วันเอง หลังจากนั้นอีก5วันก้อทำรายการจิง ซึ่งเราคิดว่ามันไม่ได้อะไร เลยไม่ไปอีกเลย เอาเวลาไปทำค่าย SOS 2 ดีก่า คนเตรียมงานน้อยมาก เพราะส่วนใหญ่เค้าจาติดสอบเนฯ ไม่ก้อเพิ่งจบต้องหางานทำ อารายอย่างงี้ งานเลยกองท่วมหัวอย่างแรง พอค่ายเริ่ม ก้อยิ่งวุ่นวายเข้าไปใหญ่เลย เพราะว่าคนที่สมัครเข้ามาก้อไม่มาสะมาก คนที่ไม่ได้สมัครไว้ ก้อเดินเข้ามาสมัครเต็มเลย วุ่นวายอย่างเเรง ไหนจาที่สามทหารเสือ (เรา ไพลิน แล้วก้อกรทอง) จาว่างมาทำค่ายได้ไม่หมดแล้ว งานหนักมากกกกก ไอ้ไผต้องไปงานเผากะงานบวชญาติที่ต่างจังหวัด ส่วนไอ้ป้าก้อต้องไปงานศพปู่ทุกวัน เหลือเราคนเดว ทำงานไม่ได้ลงกิจกรรมเลย แอบเสียดายนะเนี่ย
PS. คิดถึงเพื่อนๆมากเลย ไม่ได้เจอกันเลยอ่า
28 Januar Lovezzzzzzzzzzzzz รักคืออะไร?
หลังจากที่เราเฝ้าหาคำตอบจากหลายคน
ผ่านการเวลามาเนิ่นนาน.........................
ก้อยังไม่พบกับคำตอบที่น่าพึงพอใจ
บ้างก้อว่ารักคือการให้
บางคนก้อบอกว่ารักคือการเข้าใจซึ่งกันและกัน
แต่บางคนก้อบอกว่ารักคือการยอมในทุกๆเรื่อง
ยังมีคำตอบอีกตั้งมากมายจนไม่สามารถบรรยายได้หมด
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการค้นหาคำตอบด้วยตนเองเท่านั้น
ชั้นเชื่อว่าไม่มีคำตอบของใครจะตรงกัน อาจจะมีคล้ายกันบ้างย่อมไม่แปลก
ไม่อย่างนั้นในโลกนี้คงไม่ต้องมีความขัดแย้เนื่องจากชอบอะไรๆคล้ายๆกัน
เวลาเท่านั้นที่จะช่วยได้
รักจะอยู่กับเรานานแค่ไหน?
นั่นคืออีกคำถามที่หลายๆคนมักจะถามเมื่อเราต่างค้นพบความรักแล้ว
จากประสบการของชั้น มันสอนว่า
อย่าไปมันกังวลว่าพุ่งนี้จะเปนอย่างไร อนาคตจะเกิดอะไรขึ้น
หรืออย่าคิดถึงอดีต อย่าจมอยู่กับมัน แต่เราใช้มันเปนบทเรียนได้
แล้วที่สำคัญจะต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด
อย่าให้ต้องเสียใจถ้าเกิดเราไม่อยู่แล้วว่า เราน่าจะทำอย่างนี้อย่างนั้น
จะดูแลรักยังไงให้มันยืนยาว?
การดูแลความรัก คือเรื่องของคนสองคนที่จะช่วยกันดูแล
ไม่มีความรักไหนที่จะอยู่ได้ด้วยการดูแลของฝ่ายเดียวได้
อีกอย่าง
ความรักเปนเรื่องที่จะค่อยๆก้าวไปเรื่อยๆ
อย่าให้มันต้องเหมือนการเล่นเย่งก้าวกระโดดเลย
มันจะไม่สามารถอยู่ได้ตลอดไป
ถึงแม้ว่าจะอยู่ได้นาน แต่ก้อไม่นานมากหรอก
ถึงแม้ว่ากลอนต่างๆเหล่านี้ที่เรากำลังจายกมาให้อ่าน อาจจาดูเน่า แต่ลองคิดดูดีๆสิ
ทั้งหลายเหล่านี้คือเรื่องจิงทั้งนั้น
30 Dezember Busyyyyyyหว่าๆๆๆๆ แย่มากเลยอ่า ไม่ได้อัพไดตั้งนานมากๆๆๆ เกือบๆ 6 อาทิดแนะ มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นจนแทบจะจำไม่ได้เลยว่ามันเกิดอารายขึ้นบ้าง ทั้งเรื่องดีและไม่ดี เกิดขึ้นพร้อมๆกาน แต่ดีอย่างนะที่มันเกิดขึ้นพร้อมกาน มันช่วยให้เราไม่แย่มากเกินไปเมื่อได้รับข่าวร้ายอ่ะ แต่ว่ายังไงๆตอนนี้ก้อไม่มีเวลามากพอที่จาอัพและสามารถรื้อฟื้นความทรงจำ เรื่องราวที่ผ่านมาได้ทั้งหมด ฉะนั้นต้องการเวลาเพื่อจาได้ไปเอาน้องไดเล่นเล็กของเรามาเปิดดูควบคู่กานไปน้าจ้า แต่นี่ก้อเข้ามาเพื่อให้ทุกๆคนได้รู้ว่า เรายังมีชีวิตอยู่ ถึงแม้ว่าจะหายหน้าหายตาไปนานมาก
รักน้าจ้า แล้วว่างๆจามาอัพให้ว่าที่ผ่านๆมาเกิดไรขึ้นบ้าง 18 November Baking crispy mojiiiiiii วันนี้ตั้งจายจาทำโมจิ แรกเลยก้อคิดว่าคงไม่นานหรอก สัก 3 ชั่วโมงแหละอย่างมาก เลยเอ้อระเหยอยู่นาน กว่าจะเริ่มทำก้อบ่ายสามเข้าไปแล้ว
สิ่งที่ได้เรีนยรู้จากการทำขนมมาแล้วสองสามอย่าง คือสูตรมันเชื่อไม่ได้อย่างแรง ความจิงตอนแรกก้อรู้อยู่แล้วแหละว่ามันเชื่อไม่ได้สะทีเดว แต่ไม่คิดว่ามันจะเชื่อไม่ได้ขนาดนี้ เหนได้ชัดเจนตอนทำโมจิเนี่ยนแหละ สูตรไส้ก้อเเฉะไป สูตรแป้งก้อน้อยไป สูตรการอบก้อร้อนไป แข็งไป ไม่ไหวๆอย่างแรง
สูตรโมจิรสนม
ไส้
ถั่วเขียวลอกเปลือก 250 กรัม
กะทิ 230 มิลลิลิตร
น้ำตาล 175 กรัม
เนยเค็ม 40 กรัม
แป้ง
แป้งเค้ก 420 กรัม
โซดาไบคาร์บอนเนต 2 ช้อนชา
ผงฟู 2 ช้อนชา
นมข้น 1 กระป๋อง
เนยเค็ม 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
ไส้
1. แช่ถั่ว ประมาณ 12 ชม.
2. นำถั่วไปต้ม ไฟปานกลาง 10 นาที (นับจากน้ำเดือด)
3. ตักถั่วประมาณ 1 ทัพพี ลงในเครื่องปั่น (สำหรับเครื่องปั่นน้ำ) เทกะทิลงไปเลกน้อยพอคลุกคลิก ปั่นจน
ละเอียด ตักขึ้นใส่ในชาม ทำอย่างนี้จนกว่าถั่วจะหมด โดยต้อฝมีกะทิเหลืออยู่ประมาณ 1/2 ถ้วยตวง
4. นำกะทิที่เหลือมาผสมกับน้ำตาล และเนยเค็ม ให้พอเข้ากัน
5. ผสมส่วนผสมข้อ3 และข้อ4 เข้าด้วยกัน กวนพอแห้ง
แป้ง
1. ร่อนแป้ง ผงฟู และโซดาไบคาร์บอนเนตเข้าด้วยกันในกะละมัง
2. ผสมนมข้นและน้ำเปล่าเข้าด้วยกัน ตามด้วยเนย
3. เทส่วนผสมข้อ2 ลงในส่วนผสมข้อ1 อย่างช้าๆ
4. ทิ้งไว้ 15 นาที
การปั้น
1. แบ่งแป้งก้อนละประมาณ 15 กรัม
2. แบ่งแป้งประมาณ 7 กรัม
3. แผ่แป้งที่แบ่งแล้วให้บางๆกลมๆ วางไส้ลงตรงกลาง รวบเข้ามาคล้ายๆขนมจีบ ดึงแป้งส่วนที่เกินออก เพื่อไม่
ให้แป้งบริเวณใต้ขนมหนาจนเกินไป
4. วางเรียงบนถาดอบที่ทาด้วยเนยขาวบางๆหรือ รองด้วยกระดาษอบ/กระดาษลอกลาย
การอบ
1. ใช้อุณหภูมิ 140 องศาC หรือ 275 องศาF ประมาณ 15-20 นาที 13 November Have u found ur shoes?นิยามความรักของคุณคืออะไร
ส่วนของเรา...ความรัก ก็เหมือนกับ รองเท้า รองเท้าแตะส่วนมากขายตามร้านทั่วไป ดังนั้นเวลาเราไปเห็นก็ไม่เคยจะนึกสนใจ มีคนเสนอขายให้ราคาถูกๆ ก็ไม่เคยคิดจะซื้อ แต่พอจำเป็นเข้าจริงๆ ก็ต้องไปซื้อมาแก้ขัดก่อนอยู่ดี รองเท้าบางคู่สบายใหม่ๆ อาจรู้สึกสบาย แต่ถ้าใส่นานๆ เข้า
อาจจะรู้สึกว่ารองเท้าคู่นี้ไม่เหมาะกับเรา อยากจะถอดทิ้งเสียเหลือเกิน รองเท้าบางคู่ลองใส่ที่ร้านแล้วรู้สึกแปลกๆ
อาจมีบ้างที่คับไป หรือหลวมไป แต่ใครจะรู้ว่าบางทีพอใส่ไปซักพัก หนังอาจจะขยายพอดีกับเท้าของเรา จนรู้สึกว่าดีเหลือเกินที่ตอนนั้นตัดสินใจเลือกคู่นี้ รองเท้าบางคู่ ดูภายนอกอาจตลก
แต่รู้มั๊ยว่าบางทีเมื่อมันมาอยู่คู่กับเท้าของเรา… อาจจะทำให้ทั้งเท้าของเราและรองเท้าดูดีผิดหูผิดตาไป ส่วนรองเท้าคู่ไหนที่เห็นคนอื่นใส่แล้วดูดี
ก็ไม่แน่เสมอไปว่ามาอยู่กับเราแล้วจะดีเหมือนอยู่กับคนอื่น ....เคยเจอมั๊ย...ใครที่มีรองเท้ามากมายเกินความจำเป็น
เขาเหล่านั้นก็คงจะไม่รู้ว่าคู่ไหนเป็นคู่โปรด ตราบเมื่อเค้าได้เสียรองเท้าคู่นั้นไป ซึ่งมันก็อาจจะสายไปเสียแล้วที่จะทวงคืน แล้วรองเท้าตามโรงแรมล่ะ
รองเท้าสาธารณะเหล่านั้นที่ได้ผ่านเท้าของผู้คนมามากมาย บางคู่อาจยังใหม่ บางคู่อาจดูโทรม ส่วนบางคู่อาจจะนำพาโรคมาสู่ผู้ที่ใส่ แต่รองเท้าสาธารณะเหล่านี้ มีความเหมือนกันอยู่อย่างนึงคือ ยากมากจนเรียกว่าแทบจะไม่มีเลย ที่จะมีคนมาขอซื้อเป็นเจ้าของ นอกเสียจากซื้อไว้ดูเล่น ซึ่งก็จะไม่มีทางได้สัมผัสกับความรัก ระหว่างเจ้าของกับรองเท้า...เฮ้อ...น่าสงสาร.... ...รองเท้าที่เหมาะกับเรา หาไม่ยาก และไม่ง่าย
แต่ถ้าเดินไปแล้วเจอคู่ที่ถูกใจ อยากบอกว่า ให้รีบตัดสินใจซื้อ ก่อนที่จะถูกคนอื่นมาชิงตัดหน้าไปก่อน ซึ่งรองเท้าคู่นั้นอาจจะเป็นคู่เดียวในโลกที่เหมาะกับเรามากที่สุดก็ได้
ส่วนรองเท้าบางคู่ที่ไม่เหมาะกับเรา ใส่แล้วไม่รู้สึกสบาย
ขอแนะนำว่าอย่าพยายามใส่ต่อไปอีกเลย มีแต่จะทำให้เราทรมาน เพราะในที่สุดเราก็ต้องโยนมันทิ้งไปอยู่ดี รองเท้าสมัยใหม่ ดูแล้วกิ๋บเก๋
แต่รองเท้าสมัยเก่าใส่แล้วก็ดูดีไปอีกแบบ จะสมัยไหนก็ช่าง ขอให้ใส่แล้วสบายที่สุด แล้วเมื่อเจอแล้วจงใส่มันอย่างถะนุถนอม จะได้อยู่กับเราไปนานเท่านาน ที่แน่ๆ…คือคุณจะไม่มีวันได้รู้หรอกว่า…
รองเท้าคู่ไหนเหมาะกับคุณที่สุด คุณจะรู้ก็ต่อเมื่อคุณได้ลองใส่มันเท่านั้น ...ว่าแต่วันนี้คุณได้เจอรองเท้าที่คุณคิดว่าเหมาะกับคุณหรือยังเอ่ย?
ชอบไม๊อะ เราว่ามันมีความหมายดีเลยทีเดวแหละ รองเท้า ของง่ายๆที่ใส่กันอยู่ทุกวัน แต่มีความหมายมากมายได้ขนาดนี้
ขอให้เพื่อนๆเจอรองเท้าที่ใช่ไวไวนะ ใส่แล้วสบายตลอดไปเลยยยยยยย UpsetMy life now is such a mess!!! my goshhhhhhhhh
i have too many things not to do but to think.
Everyday, espacially after my October summer,
many things flood my life @ da same time,
don't leave even a space for me to prepare
I don't have ways out rite now cuz' i too confuse n'
only holding my head up each day is hard enough now.
i just wanna be alone somewhere far for a while,
may be @ da sea or a lake up in da mountain. Time
for me to rest n' to think later on
Time for me to prepare my army for da cruel battleship
But things that i want are seriously too far from reality,
seems to b only a dream, a forever dream
So thing that i can do now is to survive trought this unpleasant world,
fight for things that i hope to find n' have n' feel it somedays
"a blue sky after da storm"
PS. hope that someone whom flooded my life would read it.
LOVE BABY STUPID 06 November My Quiz <Could u pls do it!!!>I made a Quiz for You on QuizYourFriends.com
CLICK on the link below or PASTE it into your browser.
http://www.quizyourfriends.com/yourquiz.php?quizname=051105120734-77036 ช่วยทำกันหน่อยน้าจ้าจาได้รู้ว่า คุณรู้จักดิช้านดีแค่ไหน 03 November My first CAKE ก้อๆๆๆๆๆวันนี้อะ ตั้งใจจะทำเค้ก แต่พอเดินไปเดินมาก้อขี้เกียจ เลยทำงานให้พ่อดีก่า พอเสด อ้าวคราวนี้ไม่มีอะไรทำเลยยยย ก้อนึกได้ว่าเออ ทำเค้กดีฝ่า
ส่วนผสม(ตัวเค้ก)
แป้งเค้ก 60 กรัม
เนย(ขาวก้อได้เค็มก้อได้) 10 กรัม
ไข่ไก่ใบเล็ก 2 ฟอง
น้ำตาล 60 กรัม
วนิลา(แบบน้ำ) 1 ช้อนชา
น้ำมะนาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
ส่วนผสม(น้ำราด)
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำผึ้ง 30 กรัม
น้ำอุ่น 70 กรัม
เปลือกมะนาวหั่นฝอยเล็กน้อย
วิธีทำ(ตัวเค้ก)
1. ทาเนยบนจานก้นลึกขนาดประมาณ เส้นผ่าศูนย์กลาง 18 cm.ให้ทั่ว(บางๆ) โรยด้วยแป้งเค้กบางๆ วางกระดาษ(Baking
Parchment) แล้วโรยด้วยแป้งเค้กอีกครั้ง นำไปแช่เย็น
2. ตอกไข่สองฟองลงชาม ตีให้เข้ากัน แล้วค่อยๆเติมน้ำตาล ตีให้ขึ้นฟูดี แล้วเติมวนิลาน้ำลงไป
3. ร่อนแป้งลงชามให้เรียบร้อย ใช้ไม้พายคนให้เข้ากัน ระวังฟองอากาศ
4. เมื่อเข้ากันดีแล้ว เติมเนยลงไป แล้วคนให้เข้ากัน ตามด้วยน้ำมะนาว
5. นำส่วนผสมข้อ5 เทลงในจานก้นลึกที่ได้เตรียมไว้ เข้าไมโครเวฟ อุณหภูมิ กึ่งกลางระหว่าง Medium High และ High
ประมาณ 5 นาที ไม่ต้องครอบฝาหรือห่อด้วยพลาสติกใดๆทั้งสิ้น
6. ผสมน้ำมะนาว น้ำผึ้ง และน้ำอุ่นเข้าด้วยกัน (เพิ่มเติมได้ตามชอบ แต่ควรให้มีทั้งสองรสคือหวานและเปรี้ยว) แล้วใส่
เปลือกมะนาวลงไปด้วย
7. เมื่อนำเค้กออกมาจากไมโครเวฟ ใช้ส้อมจิ้มให้ทั่วๆ แล้วราดด้วยน้ำราดที่ผสมไว้เล็กน้อยให้พอซึมทั่ว แล้วนำเข้าตู้เย็น
คิดว่าน่าจะอร่อยอยู่นา ใครลองทำแล้วมันไม่ดีตรงไหนก้อเม้นมาบอกด้วยละกานน้าจ้า จาได้เอามาปรับปปรุง
ปล. โชคดีน้าจ้าเพื่อนๆ 28 Oktober She@mood แบบว่าความจิงวันนี้ เราต้องไปประชุมค่ายนะเนี่ย แต่เนื่องจากว่าเพื่อนเรียกร้องเหลือเกินว่าอยากรวมตัวกัน นานเหลือเกินแล้วทีไม่ได้ครบกลุ่มตั้งแต่เรียนจบกันมา อีกอย่างประชุมก้อมีอีกวัน เลยตัดสินใจว่าจะไปสยาม เราทั้งเจ็ดได้นัดเจอกันที่ดังกิ้นโดนัท แต่เสียดายจิงๆเลยที่นู๋หนิงไม่ว่างมันเลยเหลือแค่หกคน เราไปถึงกันสี่คน คือ แอ้ม เรา เกด ผึ้ง ก้อสิบเอ็ดโมงกว่าๆเข้าไปแล้ว เลยย้ายร้าน ไปกินข้าวกันที่ร้าน บ้านหญิง อาหารแอบแพง แต่ว่ามีอร่อยอยู่อย่างนึงคือ เปาะเปี้ยแฮมชีส <== อาหารแนะนำเลย ถ้าได้ไปกินร้านนี้นะ จากนั้น หนึ่งกับแจสสี่ก้อมาถึง พอกินข้าวกันเสด เราก้อไปถ่ายรูปกันที่ She@mood กัน เลือกห้องที่เป็นโต๊ะสนุกกะตู้เบียร์อะ ถ่ายกันอยู่นานมากเหอะ ได้มาตั้ง 60 รูปแนะ เยอะมั่กๆเลย เสดแล้วๆ เฟียตก้อตามมาเจอ แล้วเราทั้งหมดก้อไปกินไอติมกันที่ร้าน iberry โดยเหตุผลก้อคือ ร้านมันน่ารัก <แอบต๊องนะเนี่ย 27 Oktober SOS after camp สาหวัดดีค่า หลังจากที่ไม่ได้อัพมานานแสนนาน ในที่สุด เราก้อได้กลับมาเล่าให้เพื่อนๆฟังแล้ว ว่าไปค่ยมาได้อะไรมาบ้าง ความจิงมันเยอะมากเลย แต่ว่าเนื่องจากเรามาอัพที่เดว เพราะช่วงนั้นไม่มีเวลาเลย แถมหนื่อยมากๆด้วย คงจะเล่าได้ไม่ละเอียดอย่างที่เราคิดหรอก เอาเปนว่าเรามาเริ่มกันเลยดีก่ามะ
เล่ารวมเลยละกันเพราะว่าเปนวันเตรียมงานอะ (18กะ19อะ) คือเราอะนะ ไปค้างตั้งแต่วันที่ 18 เลย เพราะว่ามันมีงานให้ทำเยอะมากๆ เลยคิดว่าค้างน่าจะทำได้สะดวกก่า คืนวันที่ 18 ยังไม่เท่าไหร่หรอกนะ แต่วันที่ 19 เนี่ยดิ โหโต้รุ่งเลยเหอะ จนแบบว่าบ่ายสามของวันที่20เลยกว่าจะได้หัวถึงหมอนกันอะ เอากันตายไปค้างนึงเลยอะ แต่ก้อหนุกดีนะ ได้เพื่อนๆมาเยอะเลย แต่นอกจากได้เพื่อนๆแล้วอะ เราก้อยังแบบหาคนไม่ชอบได้ด้วย (ทั้งๆที่ไม่ควรจะเกินขึ้นเลย สำหรับการทำงานในวันแรกๆ แต่ก้อเกิด
เสดแล้วพอวันที่ 20 เราก้อลุยงานกันแบบหูอื้อตาลาย เพราะว่าอดหลับอดนอนมาทั้งคืน ใครพูดอะไรเราก้อหูซ้ายทะลุหูขวาอะ ไม่ได้สนใจอะไรเลย ดินก้อแปลกๆ โทรมกันไปเลยทีเดว แต่อย่างว่าอะ เราก้อได้เพื่อนสนิดๆเพิ่มมาอีก ซึ่งเราคิดว่ามันคุ้มค่าวะ ตอนเยนเค้ามีงานกันแต่ว่าเรานอนเลยไม่ได้เข้าร่วมคือ ครูเป็ดAF มาสอนท่าบูมประจำค่าย แวก้ออาหารเย็น เป็นอาหารประทานจากพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ฯ ซึ่งเปนข้าวหมกไก่ ตอนกลางคืนก้อมีกิจกรรมอยู่แต่ว่าเราไม่ได้เข้า มัวแต่สะสางงานเอกสารกะไอ้ไผ(ไพลิน) จนดึกอีกเช่นเคย แต่วันนี้ไม่ได้โต้รุ่งเพราะว่าพี่จอยไม่อยากให้เข้าร่วมกิจกรรมของวันรุ่งขึ้นไม่ได้เพราะว่าจะต้องทำ KM [Knowledge Management] ก้อเลยแอบสบายขึ้นมานิดส์นึง ซึ่งก้อไม่ได้มากเท่าไหร่ เนื่องจากกว่าจะเคลียร์งานที่จำเปนเสด กว่าจะได้หัวถึงหมอนก้อตีหนึ่งแล้วอะ เช้าก้อมาถึงประมานแปดโมงอะ เพราะว่าทุกคนเหนื่อยและล้ามากๆ อีกทั้งพากันป่วยไปตามๆกัน แบบว่าพาราเช้าเย็นครั้งละสองเม็ดเลยทีเดว
วันที่ 21 เราได้ตกลงเข้ากลุ่มกัน เราได้เข้ากลุ่มที่ 8 Source Of Sex ชื่อฟังดูแปลกๆแต่ความจิงแล้วมันไม่มีอะไรอย่างที่คิดหรอก มันก้อเเค่หัวข้อธรรมดาที่มีไว้ให้ถกันเฉยๆ อย่าคิดมากน้า เข้ากลุ่มครั้งแรกก้อนะ ไม่รู้จักใครเลยยย สต๊าฟก้อรู้จักแต่ชื่อเหอะ มีพี่จู้ (จากสารคดี) พี่เอ (Young Creative Traveller) พี่อั้น (SETA) แล้วก้อเรากะไอ้ไผ แต่ทั้งหมดก้อใช้เวลาประมาณ 10 นาทีเปิดใจกัน ทำความสนิดสนมกัน เพื่อจะได้ทำงานได้ง่ายๆต่อไป ก้อประสบความสำเร็จด้วยดีอะนะ ทำเคเอ็มครั้งแรก สนิดกับน้องๆพี่ๆในกลุ่มมากขึ้น ตอนเย็นมีงานกิจกรรมขำๆอะ (ความจิงคือ จำไม่ได้แล้วต่างหากว่าเข้าทำอะไรกัน อิอิอิ) ได้ข่าวว่ากลางคืนเข้าวาดสารธราชีวิตกันนะ
วันที่ 22 เราก้อทำกิจกรรมเคเอ็มเหมือนกัน(ในตอนบ่าย ส่วนตอนเช้ามีสันทนาการจากขบวนการตาสับปะรด) คราวนี้ทำได้ทั้งกลุ่มเลย ครบในหัวข้อ บ่มเพาะ (ประมานว่าเป็นไงมาไง เกิดอะไรขึ้นในชีวิตบ้าง ถึงได้มาเริ่มทำกิจกรรมเปนอาสาสมัคร) ก้อดีนะ ฟังๆไปก้อเครียดมากเลย แต่เกืดอบทุกคนแหละที่ให้ความร่วมมือดี มีอยู่สองคนอะที่ไม่ค่อยยอมเปิดใจ โดยเฉพาะน้อง ส.(นามแฝง) แบบเธอเล่าว่าชีวิตเธอดีทุกอย่าง ถามไรก้อบอกว่าดีทุกอย่าง (โดยพื้นฐานแล้วเดกเกือบทั้งหมดจะต้องมีปัญหาบางอย่างเปนจุดพลิกพลันที่ทำให้มาเปนอาสา) สิ่งต่างๆในชีวิตถ้าไม่อยากทำก้อปติเสดหรือไม่ก้อให้พ่อแม่ปติเสดให้อารายอย่างเงี้ย จนแบบว่าพี่ๆไม่รู้จาถามไรอะ พี่จู้แกเลยถามไปว่า ที่ถามไปเนี่ยน้องอยากตอบป่าว เธอก้อตอบตรงๆว่าไม่อยาก ทุกคนแบบว่าอึ้งไปเลยอะ ทั้งกลุ่มเลย ไม่ใช่แค่พี่ๆสต๊าฟ แล้วก้อเลยจบเลย ตอนเย็นมีกิจกรรมจากโจหลุยส์เธียร์เตอร์ ก้อแสดงหุ่นละครเล็กเหมือนที่ได้ดูที่รร.อะแหละ แล้วก้อมีโหมโรงด้วย ส่วนกลางคืนก้อบางอย่างแหละ ไม่ได้เข้าอีกแล้วเลยไม่รู้
วันที่ 23 กิจกรรมเคเอ็มเหมือนเดิม แต่คราวนี้ทำในตอนเช้าแล้วก้อเปลี่ยนหัวข้อแล้ว มาเป็น แตกหน่อ (คือ กิจกรรมที่ทำมีอะไรบ้าง) วันนี้ทำกันได้อย่างว่องไว เพราะมันสนุก ไม่เครียดอย่างเมื่อวานและเมื่อวานซืน (ประมานว่าชีวิตแสนรันทด พ่อแม่แยกทาง พ่อแม่ไม่รัก ก่อคดีอาญชากรรม ฯลฯ ร้องไห้ก้อมีนะ) ขำๆกันไป ส่วนตอนบ่ายก้อทำเคเอ็มต่อนิดหน่อย ก่อนที่จะได้เข้าร่วมกิจกรรมส่วนกลาง (จากใครก้อไม่รู้อะ ไม่ได้เข้า มัวแต่ทำงานเอกสาร และไปแอบงีบ อิอิ
วันที่ 24 วันนี้มีไปทัศนศึกษาที่อยุธยา ก้อไปที่เดิมๆและ ที่ๆรร.เคยพาไป แต่มันสนุกตรงที่เราได้ไปกะเพื่อนๆ ที่สำคัญคือไปในฐานะสต๊าฟ (เลยไม่ต้องฟังไกด์ไง เพราะต้องเช็คสมาชิกบนรถให้ครบเสมอ เนื่องจากเราแวะหลายที่มากๆ แวะบ่อยด้วย <== สงสัยคุณยายกลัวสต๊าฟว่างงาน) แต่ที่ชอบคืออาหารกลางวัน ซึ่งอร่อยโคดดดดด กะกิจกรรมที่ซุ้มขุนแผน คือ ฟังพี่อุ๊ (ช่อผกา วิริยานนท์)บรรยาย ซึ่งความจิงก้อไม่ได้ฟังหรอก สต๊าฟนั่งเม้าท์กันอยู่ด้านหลังนะ อิอิ แล้วก้อชอบทีสุดๆๆๆ คือ เล่นแชร์บอล ได้มีโอกาสลงเล่นกะเค้าด้วยแหละ และยังได้มีโอกาสทำเรื่องน่าอาย อายมากที่สุดแล้ว (เท่าที่รู้ตอนนี้นะ) ไปเป็นหลีดตลกอะ (น่าอายก่าตอนที่เปนที่งานกีลาสีอีก
วันที่ 25 ไม่ค่อยได้เข้ากิจกรรมเลย เพราะตอนเช้าก้อประชุมกะคุณหมอ สรุปเคเอ็มเปนชาร์ทใหญ่ๆ เอาไว้งานเปิดตัว แล้วตอนบ่ายก้อเข้าไปช่วยพี่เดือน เคลียร์บัญชี มีไอ้ไผกะพี่ซันทำด้วย ทำจนแบบว่าอดดูคอนเสิร์ตตอนต้นๆไปเลยอะ (ของเพื่อนๆที่มาค่ายอะแหละ) อาหารเยนนายกเลี้ยง!!!!!แต่ไหงรสชาติธรรมดามากๆๆๆ ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ผัดไท หอยทอด แต่คอนเสิร์ตมันดีนะ ขำๆอะ ดึกๆก้อเปิดใจ แต่เปิดไม่หมดเพราะมันดึกมากแล้ว คุณยายให้ต่อวันพุ่งนี้ แต่ก้อยังไม่พอนะ เนื่องจากว่าพี่จู้ พี่แพนน์ไอ้ไผ พี่เดือนรวมทั้งเราด้วยแอบหิวอยู่ เลยออกไปกินข้าวมื้อเที่ยงคืนก่าๆกัน แถมยังมีแรงเดินไปเซเว่นอีกอะ แล้วคืนนั้นก้อค้างที่ห้องนวด
วันที่ 26 ตื่นมาก้อจับแทกซี่กลับบ้านต้อยติ่ง เพื่อเอากระเป๋าเสื้อผ้า แล้วก้ออกกันมาเตรียมโต๊ะเบิกค่าเดินทางของผู้เข้าร่วม(ไม่เคยเหนค่ายไหนซัพพอร์ตขนาดนี้เลยอ่า) ก้อเลยไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมข้างใน แต่ได้ยินจากลำโพงว่าเพื่อนๆเปิดใจกันอยู่ ก้อเศร้าดีนะ แล้วสักพักก้อถึงเวลาเปิดตัว(ถ่ายถอดสด)ค่ายนี้ผ่านทีวี เว็บ วิทยุ โดยมีพี่อุ๊เป็นพิธีกร พี่ท่านว.วชิรเมธี พี่แซม และสส.อีกสองสามท่านเข้าร่วม รวมไปถึงซีแนม และพี่แท่งสุดหล่อ
ปล.เคืองนะเนี่ย!!!!!!!พิมพ์ไปได้เกือบเสดแล้วอ่ะ เจือกแฮ้งค์สะนี่ เดี๋ยวแม่ทุบสะเลยนิ |
|
|